ข่าวประชาสัมพันธ์ วันอังคาร ที่ 27 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2552
การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าว(นายประยูร ศักดาศรี) ( เข้าชม : 1776 )
——————————————————————————————————————————————————————

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าว

ผู้ศึกษา นายประยูร ศักดาศรี

                                                        บทคัดย่อ


              การประเมินโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าว มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการส่งเสริมรักการอ่านของนักเรียน โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าวอำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ปีการศึกษา 2551 โดยใช้รูปแบบซิปป์ (CIPP Model) ประชากรประกอบด้วยผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 5 คน นักเรียน จำนวน 26 คน ผู้ปกครองนักเรียน
จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบประเมินมาตรส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 9 ฉบับ ฉบับที่ 1 แบบประเมินด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ฉบับที่ 2 แบบประเมินด้านปัจจัยพื้นฐาน ฉบับที่ 3 แบบประเมินด้านกระบวนการ ฉบับที่ 4 แบบประเมินด้านผลผลิต ประกอบด้วย ชุดที่ 1 ประเมินกิจกรรมในโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ชุดที่ 2 ประเมินนิสัยรักการอ่าน ชุดที่ 3 ประเมินพฤติกรรมนักเรียน ชุดที่ 4 ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชุดที่ 5 ประเมินความพึงพอใจของครู ผู้บริหารและผู้ปกครองนักเรียน ชุดที่ 6 แบบบันทึกเปรียบ เทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ เครื่องมือมีความเที่ยงตรงตาม เนื้อหาระหว่าง 0.83 ถึง 0.89 และมีความเชื่อมั่นระหว่าง 0.717 ถึง 0.776 การประเมินสรุปได้ดังนี้
     1. ด้านบริบทหรือสภาวะแวดล้อม ครูและผู้ปกครองนักเรียน มีความคิดเห็นว่า บริบท หรือสภาวะแวดล้อมของโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.65 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การกำหนดหลักการของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของโรงเรียน การกำหนดวัตถุประสงค์สอดคล้องกับปัญหาและหลักการของโครงการ และพบว่าการกำหนดหลักการ การกำหนดวัตถุประสงค์ และการกำหนดเป้าหมายของโครงการ มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งการเตรียมการภายในสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก
     2. ด้านปัจจัยพื้นฐาน โครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.52 ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีครู บุคลากรรับผิดชอบโครงการเพียงพอ มีนโยบายและมีวิสัยทัศน์ ให้การสนับสนุนโครงการ มีอาคาร สถานที่ในการดำเนินงานโครงการเพียงพอ มีแผนงาน / โครงการอื่น สนับสนุนหรือรองรับ และมีวัสดุ อุปกรณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานตามโครงการเพียงพอ และมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการดำเนินงานเพียงพอ
     3. ด้านกระบวนการ โครงการส่งเสริมรักการอ่าน ครูและผู้ปกครองนักเรียนมีความคิด เห็นว่าด้านกระบวนการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.66 ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีปฏิทินการนิเทศภายใน มีการติดตาม ประเมินการทำงาน มีคำสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ มีการให้คำปรึกษาและแนะนำ การปฏิบัติงาน
     4. ด้านผลผลิต 
     4.1 ผลการประเมินกิจกรรมโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.46 ประกอบด้วย กิจกรรมวันสำคัญ กิจกรรมว่างทุกงานอ่านทุกคน กิจกรรมเสียงตามสายเพื่อการอ่าน กิจกรรมอ่านวันละเรื่อง เพื่อ”บันทึกความดี”ของฉัน และกิจกรรมจัดเสียงตามสาย “หอกระจายข่าวหมู่บ้าน รักการอ่านสู่ชุมชน”
      4.2 ผลการประเมินนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.55 ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การให้ความสำคัญในการอ่าน อ่านอย่างต่อเนื่องทุกวัน สนใจในการอ่าน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โดยใช้การอ่าน และอ่านได้จำนวนหน้าเพิ่มขึ้น
      4.3 ผลการประเมินพฤติกรรมนักเรียนในการเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.46 ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ นำการอ่านมาเป็นกิจวัตรประจำวัน นักเรียนได้บันทึกการอ่านลงใน
”สมุดบันทึกความดี” และเข้าเรียนตรงเวลา
      4.4 ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.48 ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ความพึงพอใจต่อเครือข่ายส่งเสริมรักการอ่านภายในโรงเรียน ความพึงพอใจกิจกรรม ว่างทุกงาน อ่านทุกคน และปริมาณของกิจกรรมในโครงการมีความเหมาะสม
      4.5 ผลการประเมินความพึงพอใจของครู ผู้บริหาร ผู้ปกครองนักเรียนต่อโครงการส่งเสริมรักการอ่าน โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.43 ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ปริมาณของกิจกรรม
ในโครงการมีความเหมาะสม กิจกรรมทุกกิจกรรมในโครงการน่าสนใจ ความพึงพอใจกิจกรรมจัดเสียงตามสาย หอกระจายข่าวหมู่บ้าน รักการอ่านสู่ชุมชน
      4.6 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าว ระหว่างปีการศึกษา 2550 กับ 2551 พบว่า ปีการศึกษา 2550 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2551 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อยู่ระหว่าง คะแนนเฉลี่ย 0.60 – 6.56
ผลการเปรียบเทียบการวัดผลสอบ O-net , NT โรงเรียนบ้านสร้อยพร้าว
ระหว่างปีการศึกษา 2550 กับ 2551 พบว่า ปีการศึกษา 2550 การวัดผลสอบ O-net , NT เพิ่มขึ้นในปีการศึกษา 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ทำการสอบ ซึ่งสูงกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 2 กำหนดไว้ คือ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10 เพิ่มขึ้นระหว่าง ร้อยละ 29.16 และร้อยละ 55.91