การให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ วันพฤหัสบดี ที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
การให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ ( เข้าชม : 203 )

ผลงานดีเด่นและข้อเสนอการพัฒนางาน     กรณีที่ ๑ ผลงานหรือผลสำเร็จของงานด้านกฎหมาย
ชื่อเรื่อง/โครงการ การให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ

ผู้รายงาน  :  นายอาทิตย์ รวมสิทธิ์     ตำแหน่งนิติกรชำนาญการ  
                 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2

ลักษณะงานด้านกฎหมายที่ปฏิบัติ     ลักษณะงานที่ ๓ การให้คำปรึกษาและความเห็นทางกฎหมาย
                                                ช่วงเวลาการปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ ๓๐  เมษายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๕                                              สิงหาคม ๒๕๖๒

             รายละเอียดผลงานในส่วนที่ปฏิบัติ มูลกรณีเรื่องนี้ปรากฎขึ้นเนื่องจาก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ มอบกลุ่มกฎหมายและคดีตรวจสอบ สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของนางสาว ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน ก. อำเภอปัว จังหวัดน่าน กรณีนางสาว ก. เปลี่ยน ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามผลการคัดเลือก ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาน่าน เขต ๒ และได้รับอนุมัติให้เบิกค่าเช่าบ้าน ตั้งแต่ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ต่อมาได้เปลี่ยนตำแหน่ง ตามผลการคัดเลือก ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียน ก. อำเภอปัว จังหวัดน่าน นางสาว ก. จะยังมีสิทธิเบิก ค่าเช่าบ้านข้าราชการหรือไม่ โดยผู้อำนวยการกลุ่มกฎหมายและคดีได้มอบหมายให้ผู้ขอรับการประเมินดำเนินการ ผู้ขอรับการประเมินได้ศึกษาพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดประเด็นในการตรวจสอบสิทธิ จึงได้รับทราบว่าข้าราชการผู้ที่จะมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ต้องเข้า องค์ประกอบตามมาตรา ๗ พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ขอรับการประเมิน จึงกำหนดประเด็นในการตรวจสอบสิทธิว่า ๑) มีที่พักของทางราชการในโรงเรียน ก.หรือไม่ ๒) นางสาว ก. มีเคหะสถาน อันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสในอำเภอปัว จังหวัดน่าน หรือไม่ และ ๓) ได้รับคําสั่งให้เดินทางไปประจํา สํานักงานใหม่ ในต่างท้องที่ตามคําร้องขอของตนเองหรือไม่ ในการนี้ผู้ขอรับการประเมินได้สืบค้นข้อมูลสิ่งก่อสร้าง โรงเรียน ก. ผ่านระบบสารสนเทศเพื่อบริหารการศึกษา (EMIS) ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาน่าน เขต ๒ และโทรศัพท์สอบถามข้อมูลจากโรงเรียน ก. พบว่าโรงเรียน ก.มี บ้านพักครูแบบสปช.๓๐๑/๒๖ สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จำนวน ๑ หลัง และมีบุคลากรโรงเรียน ก.พักอาศัยอยู่จำนวนสามคน จึงมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการว่าบุคลากรที่พักอาศัยในบ้านพักครู เป็นผู้มีสิทธิ ได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการหรือไม่ และนางสาว ก. เป็นผู้ใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการหรือไม่ ในประเด็นแรกปรากฎว่าบุคลากรที่พักอาศัยในบ้านพักครูโรงเรียน ก. เป็นผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ และในประเด็นที่สองปรากฎข้อเท็จจริงว่า นางสาว ก. มิได้เป็นผู้เป็นผู้ใช้สิทธิ นำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อ หรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ จึงไม่เข้าข้อยกเว้น ที่ไม่ต้องเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ ตามข้อ ๔ (๔) หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัย ในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ และผู้อำนวยการโรงเรียน ก. ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ จึงต้องดำเนินการจัดให้บุคลากรทั้งสามคน ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ออกจากที่พักของทางราชการและจัดให้ นางสาว ก. ซึ่งเป็น ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ข้าราชการเข้าอยู่อาศัยในที่พักของทางราชการแทนภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่รายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่ตามข้อ ๔ (๑๐) หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งหาก นางสาว ก. ไม่เข้าพัก ในที่พักของทางราชการจะถือว่าสละสิทธิการเข้าพักอาศัย และถือว่าทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว ตามมาตรา ๗ (๑) ซึ่งเป็นเหตุให้นางสาว ก. เป็นผู้ไม่มีสิทธิรับค่าเช่าบ้านข้าราชการ อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ชัด และถูกต้องในการดำเนินการ ผู้ขอรับการประเมินจึงเสนอความเห็นให้หารือกรณีดังกล่าวไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตอบข้อหารือว่า “ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัด ข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๔ (๓) และ (๑๐) ระบุไว้ชัดเจนว่าที่พักของแต่ละส่วนราชการ นอกจากที่พักตาม (๒) ให้จัดข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานลงมา ประเภทวิชาการระดับ ชำนาญการลงมา หรือเทียบเท่าฯลฯ และเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าพักอาศัยไม่ว่าข้าราชการผู้นั้นกำลัง /ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน… -๒- ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านอยู่หรือไม่ก็ตาม และกรณีที่บ้านพักของทางราชการมีไม่เพียงพอสำหรับผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ข้าราชการหรือกรณีที่ข้าราชการที่มีสิทธิ ได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการซึ่งย้ายมาใหม่ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยในที่พักของ ทางราชการได้ เนื่องจากผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการได้เข้าพักอาศัยอยู่ก่อนแล้วตาม (๙)ทำให้ไม่สามารถจัดให้ ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าพักอาศัยอยู่ได้ กรณีดังกล่าว ผู้มีอำนาจจัดที่พักต้องดำเนินการจัดให้ผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการออกจากที่พักและจัดให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าพักอาศัยแทนภายใน ๗ วัน นับแต่วันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่ ซึ่งตรงกับความเห็นของผู้ขอรับการประเมินที่ได้เสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ จึงมีหนังสือแจ้งผล การหารือค่าเช่าบ้านให้ นางสาว ก. ทราบ และดำเนินการในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ ความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นในงาน ผู้ขอรับการประเมินต้องใช้ความรู้ทางกฎหมายตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทักษะ ในการพิเคราะห์ข้อกฎหมาย เมื่อนำปรับกับข้อเท็จจริง และประสบการณ์เกี่ยวกับการพิจารณาสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ ตามมาตรา ๗ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องพิจารณา ประกอบกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ว่าหาก ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนหรือสำนักงานใหม่ หากโรงเรียนหรือสำนักงานมีที่พักอาศัยและมีข้าราชการผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเข้าพักอาศัยอยู่ก่อน ผู้มีอำนาจจัดที่พักต้องดำเนินการจัดให้ผู้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการออกจากที่พักและจัดให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ข้าราชการเข้าพักอาศัยแทนภายใน ๗ วัน นับแต่วันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่ ผลสำเร็จของงาน ผู้ขอรับการประเมินได้ศึกษากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับค่าเช่าบ้านข้าราชการ และได้เสนอความเห็น ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต ๒ ซึ่งความเห็นดังกล่าวเป็นไปในแนวทางเดียวกับตอบข้อหารือ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การแจ้งให้ นางสาว ก. ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการทราบ และดำเนินการตาม ข้อ ๔ (๑๐) หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อเสนอแนวคิดการปรับปรุง/พัฒนางาน ข้าราชการผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านมีความเข้าใจว่า สิทธิได้รับค่าเช่าบ้านจะมีอยู่ ตราบเท่าที่ได้เช่าพักอาศัย อยู่จริง หรือภายหลังใช้สิทธิได้ทำการเช่าซื้อหรือผ่อนชำระราคาค่าบ้านโดยนำเงินค่าเช่าบ้านไปชำระ โดยไม่ทราบว่าหาก ภายหลังทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้ จะต้องเข้าพักอาศัยในที่พักที่ทางราชการจัดให้ และจะต้องเสียสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ข้าราชการ เว้นแต่กรณีได้ยื่นขอใช้สิทธินำหลักฐานการชำระราคาค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาค่าบ้านมาเบิก ค่าเช่าบ้านจากทางราชการ และได้รับการอนุมัติให้ใช้สิทธิเบิกก่อนที่ถูกจัดที่พัก ดังเช่นข้อเท็จจริงตามผลงานที่นำเสนอ นางสาว ก. ได้ทำการเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระค่าบ้านก่อนที่ทางราชการจะจัดที่พักอาศัยให้ เพียงแต่ยังมิได้ ขออนุมัติใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านกรณีเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาค่าบ้าน จึงไม่ได้รับประโยชน์ ตามข้อ ๔ (๔) หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนั้น ควรสร้างความเข้าใจ ให้ผู้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการให้เข้าใจในสิทธิและการเสียสิทธิของตน เพื่อมิให้เสียสิทธิที่พึงได้ เพียงเพราะขาดความรู้ ความเข้าใจในกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่างๆของทางราชการ สัดส่วนงานที่ปฏิบัติ (กรณีที่เป็นผลงานร่วมกันหลายคน) ผู้ร่วมจัดทำผลงาน สัดส่วนผลงาน การให้การรับรอง ชื่อ – นามสกุล ตำแหน่ง (ร้อยละ) (ลงนามผู้ร่วมจัดทำผลงาน) ด.ต.ธนัยชัย แก้วศรีงาม นายอาทิตย์ รวมสิทธิ์ ผอ.กลุ่มกฎหมายและคดี นิติกรชำนาญการ ๑๐ ๙๐     ผลสัมฤทธิ์จากการนำข้อเสนอ/แนวคิดการพัฒนางานไปใช้จริง